ขั้นตอนการติดตั้ง

              
รายชื่อผู้ได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้ติดตั้งระบบก๊าซธรรมชาติอัด (NGV) เป็นเชื้อเพลง Download
รายชื่อผู้ได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้ตรวจและทดสอบรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG)
เป็นเชื้อเพลิง Download

การติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซ NGV
อุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องตรวจสอบก๊าซ NGV คลิกชมภาพ
มาตรฐานด้านการติดตั้ง NGV

1. เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบดีเซล มี 2 แบบ
1.1 ระบบดูดก๊าซ (Fumigation System) ซึ่งจะมีอุปกรณ์ผสมก๊าซและอากาศ (Gas Mixer) ทำหน้าที่ผสมอากาศที่เครื่องยนต์ดูดเข้าไปกับก๊าซ NGV ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการเผาไหม้ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ ซึ่งเรียกว่า ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel System, DDF) อุปกรณ์หลัก ๆ ประกอบด้วย 
     
   - ถังก๊าซ 
   - หัวเติมก๊าซ 
   - หม้อต้มหรืออุปกรณ์ปรับความดันก๊าซ (Pressure Regulator or Reducer)

1.2 ระบบใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว (Dedicated NGV) เป็นเครื่องยนต์ผลิตจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง เพื่อให้เครื่องยนต์ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะ หรือาจจะดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลเดิม โดยการเจียรฝาสูบและลูกสูบ เพื่อลดอัตราส่วนกำลังอัดลดลงและเจาะรูฝาสูบเพื่อใสหัวเทียน

2. เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบเบนซิน มี 2 ระบบ

2.1 ระบบดูดก๊าซ (Fumigation System) มีหลักการทำงานคือ ก๊าซธรรมชาติความดันสูงจากถังบรรจุไหลผ่านมายังอุปกรณ์ลดความดัน จ่ายก๊าซไปผสมกับอากาศ ที่บริเวณท่อร่วมไอดี โดยใช้อุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) และผ่านเข้าห้องเผาไหม้ ปริมาณการจ่ายก๊าซ จะขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสกรูปรับก๊าซขณะเดียวกันก็จ่ายน้ำมันดีเซลเข้าห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิดนำการเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ
อุปกรณ์หลักๆ ประกอบด้วย

  - ถังก๊าซ
  - หัวเติมก๊าซ
  - หม้อต้มหรืออุปกรณ์ปรับความดันก๊าซ (Pressure Regulator or Reducer) 
  - สวิทช์เลือกชนิดเชื้อเพลิง ทำหน้าที่ตัด/ต่อระบบควบคุมแต่ละเชื้อเพลิง

สามารถเพิ่มประสิทธิภาพโดยติดตั้งแบบวงจรปิด (Closed Loop) ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ชุดควบคุมอิเล็คทรอนิคส์ ชุดควบคุมการจ่ายก๊าซฯ 

2.2 ระบบหัวฉีด (Multi Point Injection System, MPI) ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์หลักๆ ดังนี้

  - ชุดควบคุมอิเล็คทรกนิคส์ (Electronic Control Unit)
  - อุปกรณ์ปรับความดับก๊าซ (Pressure Regulator)
  - อุปกรณ์ปรับเวลาการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ (Timing Advancer)
  - สวิตช์เลือกชนิดเชื้อเพลิง ถังบรรจุก๊าซ (CNG Cylinder)
  - ชุดจ่ายก๊าซ (Gas Distributor) ตัวตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen Sensor)

ที่มา : กรมธุรกิจพลังงาน  กระทรวงพลังงาน

   
 

   
 

ส่วนประกอบและหน้าที่ของชุดติดตั้งอุปกรณ์NGV

1. เครื่องปรับลดแรงดันหรือเรียกว่า หม้อต้มก๊าซ  (Reducer Pressure Regulator) ทำหน้าที่ลดแรงดันก๊าซให้เลือกแรงดันใช้งานตามผู้ผลิตออกแบบไว้ เช่น ระบบหัวฉีดลดจาก 200 บาร์ ให้เหลือประมาณ 2.5 บาร์เป็นต้น

2. โซลินอยด์วาล์วที่หม้อต้ม (Solenoid Valve)  ทำหน้าที่ดัดก๊าซความสูงไม่ให้จ่ายไปยัง Reducer
ในขณะดับเครื่องยนต์ หรือเครื่องยนต์ดับ

3. วาล์วหัวเติม (Filling Valve Master Shut-Off Valve) เป็นวาล์วที่ติดตั้งอยู่ระหว่างถังก๊าซและ Reducer
เพื่อสามารถตัดก๊าซได้ในกรณีฉุกเฉินและจะใช้ในกรณีที่มีการซ่อมแซม Regulator

4. หัวจ่ายก๊าซ (Gas Injection) เป็นอุปกรณ์จ่ายก๊าซตามความต้องการของเครื่องยนต์โดยจะมี Injection 
ตามจำนวนสูบของเครื่องยนต์ เช่น 4 สูบ จะมี Injection 4 อัน

5. กล่องควบคุม หรือ (Electronic Control Unit) : ECUเป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของ Actuator  หรือ 
Gas Ingectionเพื่อควบคุมปริมาณการจ่ายก๊าซให้เหมาะสมกับความต้องการของเครื่องยนต์

6. หัวเติมก๊าซ  (Filling Valve) ทำหน้าที่รับหัวเติมก๊าซจะติดตั้งคู่กับวาล์วกันการย้อนกลับของก๊าซเพื่อป้องกันก๊าซรั่วออกจากรถยนต์ เมื่อไม่มีการเติมก๊าซจะมีจุกกันฝุ่นปิดไว้

7. สวิตซ์บอกตำแหน่งใช้งาน (Fuel Selector  หรือ Switch and Gauge) เป็นสวิตซ์แบบ 2 ทาง สำหรับเลือกเชื้อเพลิงที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือก๊าซและปริมาณก๊าซในถัง

8. ตัวปรับปริมาณก๊าซ มี 2 แบบ คือ Manual Valve ใช้กับระบบเปิด (Open Loop)  และ
Actuator Valve ใช้กับระบบปิด (Close Loop) สำหรับปรับอัตราการไหลของก๊าซที่เข้าสู่เครื่องยนต์ให้มีปริมาณเหมาะสมที่สุด ซึ่งจะปรับขณะทำการจูนตามขั้นตอนการติดตั้งและไม่จำเป็นต้องปรับอีก

9. วาล์วถังก๊าซ (Cylinder Valve) เป็นวาล์วที่ติดกับถังก๊าซ สามารถเปิดปิดได้รวดเร็วตัดก๊าซได้ในกรณีที่ต้องการซ่อมแซมท่อก๊าซ นอกจากนี้วาล์วยังประกอบไปด้วย Pressure Relief Device อุปกรณ์ระบายความร้อน และ Excess Flow Valve ลิ้นป้องกันการไหลกลับ

10. ถังก๊าซ (NGV Cylinder) มี 4 แบบ คือ

          1. ทำมาจากเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูง มีลักษณะเป็นทรงกระบอก
          2. ทำมาจากเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูง มีลักษณะเป็นทรงกระบอกปลายมนตรงกลางจะทำให้บางแล้วหุ้ม
              ด้วยเรซิน ทนความดันได้สูงถึง 200 บาร์ (BAR) ความจุประมาณ 12 กก.
          3. ทำมาจากเหล็กหล้าความแข็งแกร่งสูงมีลักษณะเป็นทรงกระบอกปลายมนเนื้อถังจะบางแล้ว
              หุ้มด้วยเรซินทั้งหมดมีน้ำหนักเบาทนความดันได้สูงถึง 200 บาร์ (BAR) ความจุประมาณ 10 กก.
          4. ถังทำด้วยวัสดุเรซินแบบมีเส้นใยต่อเนื่องโดยใช้กับวัสดุที่ไม่ใช่โลหะ

11. พลาสติกครอบชุดวาล์วที่หัวถัง  (Vapor Box) เป็นกล่องดักไอของก๊าซซึ่งจะครอบอยู่บริเวณท่อที่ต่อออกจากถังในส่วนที่อยู่ในห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย เพื่อป้องกันก๊าซเข้าไปในห้องโดยสารเมื่อเกิดการรั่วก๊าซจะระบายออกนอกตัวรถ

12. โซลินอยด์วาล์วตัดก๊าซ (High Pressure Solenoid Valve) เป็นวาล์วตัดก๊าซขณะใช้งานระบบ NGVติดตั้งไว้ระหว่างถังบรรจุก๊าซกับหม้อต้ม

13. เกจวัดความดันก๊าซ (Pressure Gauge) ทำหน้าที่บอกแรงดันก๊าซในระบบและส่งสัญญาณไปยัง Fuel Selector Switch เพื่อบอกปริมาณก๊าซที่เหลืออยู่ในถังก๊าซ

14. ท่อก๊าซ (High Pressure Tubes) เป็นท่อโลหะที่ทำการเชื่อมต่อระหว่างถังบรรจุกับลดความดัน (Reducer) เพื่อลำเลียงก๊าซจากถังไปยังอุปกรณ์ระบบก๊าซในห้องเครื่องยนต์ที่มีความแข็งแกร่งสูง โดยจะติดตั้งไปตามเฟรมรถยนต์เพื่อป้องกันการกระแทรกเสียดสีและเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้นและจะติดตั้งท่อก๊าซคนละด้านกับท่อเสียเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจากท่อไอเสีย


การติดตั้ง NVG ระบบดูดก๊าซ Fumigation System



อุปกรณ์ติดตั้ง  NGV แบบดูดก๊าซ

1. ปรับลดแรงดัน (หม้อต้มก๊าซ)               
2. หัวเติมก๊าซ                                          
3. มิกเซอร์ (Mixer)                                  
4. ท่อก๊าซแรงดันต่ำ                                
5. ตัวปรับปริมาณก๊าซ                              
6. ท่อพลาสติกปากฉลาม-ท่อระบายก๊าซทิ้ง
7. ถังบรรจุก๊าซ
8. ท่อน้ำร้อน
9. ท่อแรงดันสูง 
10. กิ๊ปสแตนเลสล็อกสาย 
11. เข็มขัดรัดท่อ 
12. ท่อพลาสติก 3ทาง 
13. ฟิตติ้ง-ตาไก่
14. เพสเชอร์เกจ 
15. สวิตช์ปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิง 
16. หลักยึดเครื่องลดแรงดันหรือหัวเติม

ระบบดูดก๊าซ เหมาะกับรถยนต์รุ่นเก่าที่เป็นเครื่องยนต์แบบคาร์บูเรเตอร์หรือท่อร่วม ID
เป็นโลหะระบบนี้ติดตั้งและบำรุงรักษาง่าย

ข้อดีและข้อเสียของระบบดูดก๊าซ(Fumigation System)

- ติดตั้งง่าย ราคาถูก
- ปรับแต่งไม่ยุ่งยากสามารถทำได้ด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่ง Computer (ยกเว้นแบบ Closed Loop Control)
- มีโอกาสเกิด Backfireได้ง่าย เนื่องจากในท่อร่วมไอดีทั้งก๊าซและอากาศ (ถ้าเป็นท่อร่วมไอดีแบบใหม่ที่ทำจาก PVC ควรติดตั้ง Backfire Protection)
- อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงกว่าระบบ Injection เล็กน้อย

การติดตั้ง NVG ระบบฉีดก๊าซ Multipoint Injection: MPI



อุปกรณ์ติดตั้ง  NGV แบบหัวฉีด

1. กล่องหัวฉีดก๊าซ    
2. วาล์วเปิด-ปิดก๊าซแรงดันสูง  
3. (ECU) กล่องควบคุมการจ่ายก๊าซ  
4. เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ    
5. เซนเซอร์วัดแรงดันก๊าซ     
6. ถังบรรจุก๊าซ    
7. ท่อแรงดันต่ำ    
8. เครื่องปรับลดแรงดัน (หม้อต้มก๊าซ)  
9. เพสเชอร์เกจ   
10. กรองก๊าซ    
11. ท่อพ่นก๊าซ
12.สวิตช์ปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิง
13. ท่อน้ำร้อน 
14. ท่อแรงดันสูง
15. หัวเติมก๊าซ
16. ท่อพลาสติกปากฉลาม-ท่อระบายก๊าซทิ้ง
17.กิ๊ปสแตนเลสล็อกสาย 
18.เข็มขัดรัดท่อ
19.ท่อพลาสติก 3 ทาง
20.ฟิตติ้ง-ตาไก่
21.หัวฉีดก๊าซ

ระบบฉีดก๊าซ เหมาะกับรถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นระบบที่ไฮเทค ให้กำลังและอัตราเร่งเครื่องยนต์ใกล้เคียงการใช้น้ำมันเบนซินมากกว่าระบบดูดก๊าซ ไม่ทำให้เกิดการเผาไหม้ย้อนกลับ (Backfrie) อัตราความประหยัดในการวิ่งค่าเชื้อเพลิงต่อวันของระบบนี้คุ้มกว่าระบบดูดก๊าซ

ข้อดีและข้อเสียของระบบฉีด (Injection System)

-โอกาสเกิด Backfire น้อยมากเนื่องจากก๊าซถูกฉีดบริเวณใกล้วาล์วไอดีในท่อร่วมไอดีจึงมีแต่อากาศไม่มีส่วน
ผสมของเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่
- กำลังของเครื่องยนต์ดี อัตราเร่งดี อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยเพราะควบคุมการทำงานด้วยกล่องควบคุม (ECU)
- ติดตั้งได้กับเครื่องยนต์หัวฉีดที่เป็นระบบ EFI เท่านั้น
- ราคาอุปกรณ์การติดตั้งสูง
- การปรับแต่งต้องให้คอมพิวเตอร์เท่านั้น

ในปัจจุบันนี้ รถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลสามารถใช้ NGV ได้เช่นกัน โดยติดตั้งอุปกรณ์ NGVระบบดูดก๊าซ ซึ่ง NGV และดีเซลทำงานควบคู่กันตลอดเวลา จะต่างจากระบบเบนซินที่ใช้น้ำมันช่วงแรกที่ออกตัว แล้วหลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นการทำงานของ NGV อย่างเดียว ระบบติดตั้งสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซลนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงประมาณ 25 %

ตารางเปรียบเทียบระหว่างระบบดูดก๊าซ (Fumigation) และระบบฉีกก๊าซ (MPI)
อัตราการใช้เชื้อเพลิง ระบบฉีดก๊าซสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยกว่า
ระบบดูดก๊าซเล็กน้อย
อัตราการเร่งของเครื่องยนต์ ระบบฉีดก๊าซดีกว่าระบบดูดก๊าซเล็กน้อย
ปริมาณมลพิษ ระบบฉีดก๊าซต่ำกว่าระบบดูดก๊าซเล็กน้อย
อัตราการประหยัดค่าเชื้อเพลิง ระบบฉีดก๊าซประหยัดเชื้อเพลิงเป็นเงิน 196 บาทต่อ 100 กม. ระบบดูดก๊าซประหยัดเชื้อเพลิงเป็นเงิน 188 บาทต่อ 100 กม.
การเผาไหม้ย้อนกลับ (Back Fire) ระบบดูดก๊าซมีโอกาสเกิดกับรถยนต์หัวฉีด (EFI)
การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ระบบดูดก๊าซดูแลง่ายกว่า และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าระบบฉีดก๊าซ
เครื่องยนต์เบนซินที่มีระบบจ่ายน้ำมัน ระบบฉีดก๊าซเหมาะกับหัวฉีด (EFI) เท่านั้น
ระบบดูดก๊าซใช้ได้กับคาร์บูเรเตอร์และหัวฉีด
ค่าชุดอุปกรณ์ก๊าซและการติดตั้ง ระบบฉีดก๊าซ ราคาประมาณ 52,000 – 65,000 บาท
ระบบดูดก๊าซ ราคาประมาณ 30,000 – 42,000 บาท

ที่มา : กรมธุรกิจ กระทรวงพลังงาน